aSu's profilea 궁 u J u n GBlogGuestbookNetwork Tools Help

aSu JunG

 

a 궁 u J u n G

( ^ ^ )v
11 March

WelComE BacKKKK

กลับมาแล้ว จะมาสานต่อความรู้สึก แบ่งปันกัน หัวเราะกัน แชร์ข้อมูลกัน กลับมาเขียนแว๊วววววววว
 
 
แล้วฉันจะพาไป . . . .
16 October

30 Days in Phnom penh --> go to siemreap (Edition 1)

โอ้ในที่สุด เวลาที่เรารอคอยก็มาถึง เนื่องจากที่กัมพูชาจะมีวันหยุดราชการ ยาวตั้งแต่วันพุธ ถึง วันศุกร์ รวมเสาร์อาทิตย์ก็ห้าวันพอดี เลยมีโอกาสที่จะได้ไปสถานที่ที่ใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งขอให้ได้มาเยือนมาเหยียบ ความตั้งใจและความใฝ่ฝันนั้นก็คือการได้มาเที่ยว "นครวัด" (Angkor Wat) เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวเลยมีโอกาสที่จะได้ไปเที่ยว เนื่องจากนครวัดตั้งอยู่ที่จังหวัด เสียมเรียบ จึงต้องนั่งรถบัส จากพนมเปญไปเสียมเรียบ รวมระยะเวลาจากที่ถามคนขายตั๋วก็ประมาณ 5 ชม. ราคาของรถบัสก็มีให้เลือกสามราคา คือ $4, $7, $10 ราคาเจ็ดดอลล่าร์กับสิบดอลลาร์ รถจะดีหน่อยมีห้องน้ำ มีน้ำให้ ส่วนสี่ดอลล่าร์ก็นั่งรถกันไปตามยถากรรมก็แล้วกัน ก่อนไปหนึ่งวันก็หาตั๋วมีร้านให้ซื้อตั๋วอยู่ทั่วไปในพนมเปญ ไปร้านแรกฉิกมาก เค้าบอกว่าเต็ม ต้องไปซื้อเองพรุ่งนี้ที่ท่ารถ ซวยละ เลยเดินไปร้านอินเตอร์เน็ตที่ไปประจำ ที่ยังว่าง รอบ 08.45 น. ราคา $5.5 เฮ้ยแพงว่ะ เค้าบอกว่า$1.5 ค่า VAT แว๊ดดดดบ้าแว๊ดดดดบออะไร ค่านายหน้าก้อบอกกรูเด้ะ แล้วก็ถามเค้าว่าต้องไปขึ้นรถยังไง เค้าก็บอกว่าให้ไปขึ้นที่ท่ารถ คงประมาณว่าถามแปลกๆ ก็เลยถามต่อว่าไปยังไงเค้าบอกว่าเอางี้ละกัน มาหาเค้าที่นี่แล้วเดี๋ยวเค้าจะไปส่ง โอเช รอดไป มีคนไปส่งละ นัดกับเจ๊ะตุ้ม พี่สุ เอ็นไว้ ว่าไปเจอกันที่เสียมเรียบนั่งรถห้าชั่วโมง น่าจะถึงซักบ่ายสองบ่ายสาม แต่การเดินทางอนาจใจมาก ๆ อ่านดูเด้ะ
 
10 ตุลาคม 2550
 
ตื่นเช้ามา ชิบหาย ฝนปรอย ๆ แต่เช้าวัยรุ่นเซ็งมาก ๆ ตอนภาพที่คิดไว้คือไปถึงท่ารถ ขึ้นรถนอน ถึง แต่ปรากฏว่าฉิกมากไม่ต่างจากหมอชิตบ้านเราคนเยอะมาก เบียดเสียด รถก็มาไม่ตรงเวลา รถมาจอดตอน 9 โมง ชิบหายรถที่มาจอดกะในรูปที่เห็นคนละเรื่องเลยพี่ เก่ามากกกก สกปรกสุด ๆ รถออกเก้าโมงกว่า แล่นไปได้ไม่ถึงห้านาทีรถติด ไม่รู้แม่มติดไร หลับก็แล้วตื่นก็แล้ว บิดขี้เกียจจนคนข้าง ๆ มันรำคาญก็แล้ว รถมันก็เขยื้อน ๆ ไม่ไปไกลมาก พอถึงต้นตอของรถติดก็อ๋อ เลย ถนนสามทางทางละสองเลน มุ่งตรงมาเพื่อขึ้นสะพานเลนเดียว ฉิก มิน่าติดชิบหาย ตำรวจจราจรมีนะ แต่ยืนมอง จบกัน กว่าจะหลุดจากพนมเปญได้ชั่วโมงกว่า อารมณ์ว่ากรูสายแน่ ๆ รถก็แล่นเหมือนจะเร็วนะ ทางก็ดี ทำไมไปถึงเสียมเรียบเกือบห้าโมงเย็น นี่กรูนั่งรถล่อไปเกือบแปดชั่วโมงเลยเหรอวะ ฉิก เกิดไรขึ้น ก็น่าจะแปดชั่วโมงหรอก เหมือนนั่งรถป.สองบ้านเราอ้ะ จอดตลอดทาง เดี๋ยวขึ้นกลางทาง เดี๋ยวลง ไม่เคยนั่งรถเหี้ยไรนานขนาดนี้มาก่อน (อุ๊บส์ ไม่สุภาพ) ไปถึงคุยกับพี่สุไว้ว่าเดี๋ยวจะมีรถมารับ จินตนาอีก รถคงประมาณว่ารถเก๋งมารับ สบายๆ ปรากฏว่ารถที่มารับเป็นสามล้อรอรัก ฮ่วย อะไรมันจะผิดจากจินตนาการกันหมดเรยฟะเนี่ย (T T)
 
 
เด๋วมาต่อ เหนื่อย ...
09 October

30 Days in Phnom Phen ==> Food

                                เมื่อมาถึงบ้านพี่เมืองน้องก็ต้องพูดถึงอาหารของประเทศนั้น ๆ เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นคนกินยาก เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารการกินของข้าพเจ้าก็คงไม่มีอะไรแปลกใหม่และเป็นอะไรที่เป็นอาหารของประเทศนั้น ๆ จริง ๆ

                                อูย...เปิดหัวข้อมาเหมือนกับบทความในสารคดีและหนังสือท่องเที่ยว (ฮา..) แต่ไม่ใช่ครับ ได้แค่นั้นแหละ กลับมาเขียนไร้สาระอย่างเดิมดีกว่า เนื่องจากกินยาก เลยกินแต่ของเดิม ๆ ร้านเดิม ๆ  แล้วส่วนใหญ่ที่กินก็จะเป็นอาหารไทยซะส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ เนื่องจากอาหารจะเน้นจืด จืด และจืดมาก อาทิตย์แรกเลยสามสี่วันแรกกินข้าวที่ร้านต้มยำกุ้ง (ร้านอาหารคนไทย) ซะส่วนใหญ่ อาหารจะราคาประมาณ $2 ขึ้นไป ก็แพงแหละ ใครบอกว่าไม่แพง จาน 70-80 กว่าบาทแพงจะตาย เนื่องจากไม่ได้ถ่ายรูปไว้เนื่องจากไม่ได้พกกล้องไปด้วย กับกลัวเดี๋ยวเค้าหาว่าไอ้นี่บ้า มาถ่ายรูปอยู่ได้ (อารมณ์ว่าหน้าเริ่มบาง เนื่องจากแพ้น้ำ อูย แลดูตอแหลนะ อิอิ) และอาหารที่กินส่วนใหญ่มื้อแรกก็จะเป็นอาหารซ้ำ ๆ หน่อย เดิม หรือไม่ก็อาหารไทยก็ส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว  เช่น ผัดซีอิ้ว จืดมาก ถ้าไม่ใช่ร้านนี้แต่เป็นร้านที่เป็นเจ้าของกัมพูชา เค้าจะไม่มีเครื่องปรุงพวกน้ำตาล หรือ พริกมาให้ แต่จะมีพริกน้ำปลา หรือไม่ก็น้ำจิ้มคล้าย ๆ กับน้ำจิ้มไก่มาให้ ฉิกมาก จืดสัด ครับ กินแทบไม่หมด แต่ก็ต้องทนกล้ำกลืนฝืนกินไป หลัง ๆ ไม่ไปไหนไกลหรอก ก็กินมันใกล้ๆ อพาร์ทเมนท์นั่นแหละ เน้นต้มยำ ครับ ต้มยำกุ้ง ต้มยำไก่ ต้มยำปลาหมึก อารมณ์จะคล้ายกับต้มยำบ้านเรา คือเครื่องเหมือนบ้านเรา แต่จะใส่มะเขือเทศด้วย รสชาติจะออกเปรี้ยวไม่เผ็ด คือรสไม่ออกจัด แต่ออกเปรี้ยว ซึ่งกินกับข้าวเปล่าก็ได้รสชาติดี แต่ก็ต้องตักเอาพริกที่อยู่ในพริกน้ำปลาอ้ะ ใส่เข้าไปด้วยเพื่อความเข้มข้นของผมอ้ะนะ  ส่วนอาหารที่คล้าย ๆ กับต้มยำของเราก็คือ Vietnam soup จะเรียกว่าต้มยำเวียดนามอ้ะนะ มีรูป ๆ



click to comment

                        ต้มยำเวียดนามจะมีถั่วงอกเยอะมาก แล้วก็ผักที่เป็นเครื่องน่าจะเป็นใบมะกรูดกับใบอะไรซักอย่างไม่รู้ แล้วก็มีสับปะรด มะเขือเทศ กับเนื้อปลา รสชาติจะออกเปรี้ยว เปรี้ยวมาก ขนาดใส่น้ำปลาพริก เข้าไปแล้วยังไม่หายเปรี้ยวเลย กินกับข้าว ปรากฏว่ากร่อยครับไม่หมด รู้สึกไม่อร่อยเพราะว่ามันเปรี้ยวเกิน ก็ทำใจครับ พยายามกินปลาให้หมด แต่ปลานุ่มดีใช้ได้ตรงปลาเนี่ยหละ

                                อีกอย่างนึงที่ได้กินก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเวียดนาม เรียกว่า Pho ครับ อันนี้ recommend ว่าอร่อย ผมชอบอ้ะ ดูรูป

click to comment

                        ร้านที่ไปกินก็ชื่อ Pho ลักษณะจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลย เป็นเส้นใหญ่ เนื้อสดลวก แล้วก็ลูกชิ้นเนื้อใหญ่  ๆ อีก 1 ลูก ส่วนน้ำซุปจะออกเปรี้ยวเล็ก ๆ พร้อมกับเผ็ดร้อนเนื่องจากน่าจะโรยพริกไทย (บางอย่างที่รู้สึกก็อาจจะไม่ได้ใส่ก็ได้อ้ะนะ) แล้วก็จะมีหอมใหญ่ โรยด้วยต้นหอม ส่วนจานแยกอันนี้เอาไว้สำหรับปรุงเพิ่ม โดยมีแยกมะนาว พริกสด ใบอะไรสองอย่างไม่รุ แล้วก็หอมใหญ่ซอย กับ ถั่วงอกหั่นหัวออกแล้ว แค่นี้ผมรู้สึกอร่อยดี กลับไปกินมาตั้งสองรอบ ร้าน Pho อยู่ใกล้ ๆ กับ FCC ตกชามละ $1.50 เท่านั้นเอง อันนี้ผมชอบอร่อยๆ

                        พูดถึง FCCC ก็ได้ไปกินมา FCCC คงจะสงสัยว่าคืออะไร ไอ้ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันย่อมาจากอะไร แต่แปลเป็นไทยก็คือ สโมสรนักข่าวต่างประเทศแห่งกัมพูชา  อยู่หัวมุมเลยครับ อารมณ์ประมาณว่าตึกแถวสามชั้น ร้านนี้พี่ติ๊กพามากับฉัตร เป็นทีม spa ที่มาทำงานที่นี่ห้าวัน ชั้นล่างจะเป็นร้านหนังสือ ส่วนชั้นสองและชั้นสามเป็นร้านอาหาร ชั้นสามบรรยากาศดีหน่อยเพราะว่าเห็นแม่น้ำ แต่วันที่เราไปฝนตกพรำ ๆ อาหารที่สั่งมา เผอิญว่าจำชื่อไม่ได้ดูเอาละกัน 

click to comment

อันนี้เป็นเหมือนขาพะโล้ ชั้นบนเป็นมัน ชั้นสองเป็นเนื้อ ชั้นสามเป็นมัน โอยเลี่ยนมาก แต่รสชาติก็โอเคนะ ใช้ได้ จานต่อไป

 

click to comment

อันนี้พิซซ่าเนื้อครับ แป้งบาง ชีสเยอะ แล้วก็เนื้อ (ความรู้สึกเรานะ เนื้อไม่ค่อยเข้ากับพิซซ่าเท่าไหร่) แต่โอคับ ชีสคับชีสได้กินชีสด้วย ดีใจน้ำตาไหล จานต่อไป

 

click to comment

                        จานนี้เป็นสลัดอะไรซักอย่าง อร่อยดีครับ ไข่ต้มครับ ไข่ต้ม ไม่ได้กินไข่ต้มมาตั้งนานละ กินไปคุยไปลมพัดเอื่อย ๆ ไอเย็น ๆ จากฝนพรำ ๆ เปรมครับ อิอิ (ฟรีด้วย)

 

                                ต่อมาเป็นร้านเบเกอรี่ที่เข้าไปนั่งกิน นั่งเล่นชิว ๆ Café Fresco อยู่ระหว่าง FCC กับ ร้าน Pho เลย วันนั้นที่ไปก็สั่ง Iced Frappaccino Blended Coffee ได้อารมณ์กาแฟสุด ๆ นึกถึง Mocha Frappaccino Blended Coffee ของ Starbuck ขึ้นมาตะหงิด ๆ (ไฮโซป้ะล่ะ) คิดถึงกรุงเทพฯ นิดนึง  อ้อร้านนี้ไฮโซหน่อยมี่ wireless internet ให้เล่นด้วย อิอิ แต่ใครจะบ้าหิ้วไป ไม่ได้อยู่แถวนี้นะ

                                อาหาร Fast Food ที่นี่ก็มีนะ เบอร์เกอร์ที่นี่ที่เคยไปกินก็ Lucky Burger รูปร่างหน้าตาพิกลดูจืด ๆ รสชาติก็ปะแล่ม ๆ แปลก ส่วน French fried อันนี้ก็คงเหมือนกันทั่วไป รสชาติงั้น ๆ เลยคิดถึงซามูไรเบอร์เกอร์หมูของแมคโดนัลด์ หรือไม่ก็เบอร์เกอร์ชุดหมูของ Mos burger ขึ้นมาตงิด ๆ อีกละ

 

click to comment

click to comment

                        อ้า .. หลายคนอาจจะสงสัยแล้วอาหารกลางวันเวลาพักเที่ยวตอนทำงานเนี่ย กินยังไงก็กินร้านแถว ๆ ออฟฟิศนั่นแหละ ใกล้ๆ เดินไปอึดใจนึง ชื่อ MANDO ก็เป็นร้านอาหารธรรมดา อาหารก็ธรรมดา เน้นไปทางเบอร์เกอร์ ไก่ทอด French Fried แล้วก็มีข้าวผัด เลือกได้ว่าเนื้อ ไก่ หมู กับ spaghetti แห้ง ๆ หรือว่าคล้าย ๆ ราดหน้า มีคะน้า เส้น หมู ไก่ เนื้อ แต่อาหารที่ผัด ที่ทอดที่นี่ มันมาก คือใส่น้ำมันเยอะมาก ผัดแฉะ แหยะๆ ก็ทนกินไปไม่รู้จะกินไร ขี้เกียจไปไหนด้วย เหอะ ๆ ถ้ากลางวันโชคดีหน่อย (แต่รู้สึกว่าจะโชคดีบ่อยนะ 555+) ก็จะมีคนพาไปเลี้ยวข้าว ที่โน่นที่นี่ ก็มีร้านอาหารไทย ร้านอาหารจีนบ้าง แล้วก็อาหารมาเลเซีย ออกแขกๆ หน่อย เครื่องเทศแรงมาก กินจนน้ำตาไหลเลย หึหึ

                                หมดละ เสียดายไม่ค่อยได้ถ่ายรูปอาหารมา ไว้กินอะไรแปลก ๆ แล้วจะถ่ายมาให้ จบละกัน เหอะๆ ไว้อ่านกันต่อตอนต่อไป 

          

click to comment

 

08 October

30 Days in Phnom Phen 4th Day (ตอนที่2)

     ออกจาก Toul Sleng เกือบเที่ยง ขับรถมุ่งหน้าสู่ Killing field คือเค้าจะเอาคนจาก Toul Sleng ไปฆ่าและฝังที่ Killing Filed ซึ่งห่างออกไปนอกเมือง นั่งรถประมาณ 15 นาที แว้บแรกที่เห็นร้อนมากกกก ก้อทุ่งอ้ะเนาะ ก็ต้องทำใจ มีอนุสาวรรีย์ตั้งเด่นอยู่กลางทุ่ง ภายในบรรจุ หัวกะโหลกกับเสื้อผ้าของเหยื่อ ค่าเข้า $2 เหอะ ๆ ภายรอบ Killing filed ยังคงมีซากของเสื้อผ้า และกระดูก ทั่วไป มีหลุมที่ขุดเอากระดูกขึ้นมาเยอะแยะไปหมด ขอไว้อาลัยให้ครับ



click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

click to comment

ออกจากทุ่งสังหาร ด้านหน้ามีร้านขายของที่ระลึกเดินเข้าไปดู มีดีวีดีน่าซื้อดี ราคาแผ่นละ $4 เค้าบอกว่า สองแผ่นเค้าขาย $7 เราก็โอเค เค้าถามว่าไม่เอาเหรอ ก็บอกว่าไม่เอา มันเดินหนีเลย คงด่าในใจ ไอ้เวรให้กรูพูดอยู่ได้ตั้งนานแล้วเจือกไม่เอา เดินออกมาด้านหน้าเจอ Magnet รูปนครวัดเต็มไปหมด ซื้อมาห้าอัน พี่โจแฮร์รี่ได้ Magnet ของกัมพูชาแล้วนะ (เค้าฝากซื้อ แม่มบังคับ)ออกจากทุ่งสังหารเกือบบ่าย คนขับถามไปไหนต่อ บอกกลับห้องละ เหนื่อย กลับห้องมาออกไปกินข้าวกลางวัน ผัดซีอิ๊วอีกครั้ง กลับมาห้องหลับปุ๋ย ตื่นมาก็กินข้าวเย็น เย็นนี้กินสุกี้ทะเล ก็โอเคนะ แต่จืดเหมือนเดิม (เอ...เท่าที่รู้สึกเหมือนกรูไปเที่ยว กินแล้วก็นอนเลยแฮะ) เอาเหอะ ๆ ผ่านไปอีกวันละ

28 September

test

test
27 September

30 Days in Phnom Penh – 4th day 23 Sep 2007

ตื่นมาเก้าโมงนิด ๆ ไม่นิดอ้ะ เก้าโมงครึ่งละ รีบอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว Driver มารับละ เลยไม่ได้กินอะไรเลย คนขับรถพาไป Tuol Sleng Museum of Genocidal Crime จริง ๆ ถ้าได้ไกด์ด้วยจะได้ความรู้สึกกว่า แต่ช่างเหอะ ค่าเข้า $2 ไอ้เอกสารแผ่นพับมาใบนึง ภายในแบ่งออกเป็นสี่ตึก ทุกตึกยังมีคราบเลือดกระจายอยู่ทุกที คนขับรถเดินไปด้วย เค้าบอกว่าเค้าไม่ชอบพอลพตมาก รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่มาที่นี่ เราก็บอกงั้นไม่เป็นไรไม่รอที่รถก็ได้ เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร โอเค ตึกแรกก็จะเหมือนในหนังที่พวก AF1 เล่นกันไม่รู้ชื่อเรื่องไรจำไม่ได้ละ ที่มีเตียงกับที่ล็อคขาอยู่ รอยเลือดเป็นจ้ำอยู่ที่พื้นบนกำแพงจะมีรูปวางให้ดูในแต่ละห้อง ตึกแรกไม่มีอะไร น่าจะเอาไว้ขังนักโทษไม่แน่ใจว่านักโทษแบบไหน คนขับก็ไม่รู้ช่างเหอะ ดูไปละกัน















ด้านหน้าตึกนี้จะมีป้ายอยู่น่าจะเป็นกฎของที่นี่สิบข้อลองดูดิ โหด ๆ









ตึกที่ 1 เข้าใจว่าเอาไว้ขังนักโทษที่โดนทรมานมาแล้วอาจจะโดนไฟฟ้าช็อต หรือทรมานอะไรมาซักอย่างอ้ะ (ด้วยสมองอันน้อยนิด และการตีความของน้องเปี๊ยกเองอย่าเพิ่งเชื่อ อยากรู้เพิ่มลองหาเพิ่มเติมดู) ถัดมาตึกที่สองชั้นล่างจะแสดงรูปของนักโทษ หรือเหยื่อที่ถูกถ่ายไว้พร้อมกับเลขประจำตัวทุกคน ดูแล้วรู้สึกหดหู่มาก คนขับรถยังบอกเลยว่าเห็นแล้วสงสาร









ชั้นสองปิดไว้ไม่ให้เข้า ชั้นสามเป็นรูปนิทรรศการ Still lives แสดงภาพของผู้รอดชีวิต พร้อมคำบอกเล่าถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้น และที่พวกเค้าได้รับ มีทำเป็นหนังสือด้วย แต่ไม่อยากซื้อไม่อยากเก็บไว้ หดหู่ หดหู่





ถัดมาตึกที่สามตึกนี้จะมีลวดหนามพันอยู่รอดทั้งตึก ตึกนี้มีไว้ขังนักโทษซึ่งชั้นหนึ่งจะใช้อิฐบล็อกแดงซอยเป็นห้องเล็กๆ เหมือนคุกมืดหนึ่งห้องต่อหนึ่งคน ส่วนชั้นสองจะเป็นไม้หนึ่งห้องต่อหนึ่งคนเหมือนกัน









เด๋วมาต่อ เหนื่อย

26 September

30 Days in Phnom Penh – 3rd Day 22 Sep 2007 (ตอนที่ 2)

 

พอดีว่าอันเดิมมันรู้สึกว่าจะยาวไป เปิด blog ใหม่ละกันสั้น ๆ

เดินเข้ามาในส่วนที่สอง ก็จะเห็น Temple of The emerald Buddha (คล้าย ๆ กับพระอุโบสถที่มีพระแก้วมรกตอยู่ภายในบ้านเรา) แต่ยังไงความรู้สึกเราก็คิดว่า ของไทยสวยกว่า บริเวณนี้จะมีกำแพงรายล้อมรอบไว้ มีจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเก่า และหลุดลอกแล้ว ไอ้อารมณ์ศิลป์อีกแบบ แต่น่าจะบูรณะซักหน่อย กั้นไม่ให้คนเข้าไว้ก็จริง แต่หลัง เอาโต๊ะเอาเก้าอี้ไปตั้งไว้ แล้วจะป้องกันไว้เพื่อ ตรงหน้าเอาไว้โชว์ ตรงหลังเอาไว้วางของรึไง เสียคุณค่าหมด ไม่ไหว ๆ ภายในพระอุโบสถถ่ายรูปไม่ได้อีกก็เข้าใจนะ ฉิก ฉิก ภายนอกก็จะรายล้อมไปด้วยสถูป แล้วก้อเค้าเรียกอะไรก็ไม่รู้รายล้อมอยู่ ดู ๆ เอาละกัน อย่าหาสาระใน blog เรามากเลย ไม่รู้เหมือนกัน เดินเองเว้ย ไม่มีไกด์ (ไม่เกี่ยวกับ บ่มีไก๊นะ)

 



























เดินเลี้ยวออกมาถึงส่วนที่ 3 เป็นส่วนที่แสดงถึงวัฒนธรรม การเป็นอยู่ของชาวบ้าน มีขายของที่ระลึก แพงอยู่ $6-7 ขึ้นทั้งนั้นเลย move quickly ครับ เดินต่อมาจะเจอบ้านจำลองวิถีชีวิตสมัยโบราณของชาวกัมพูชามีเล่นดนตรีบนบ้านด้วย หลังแรกเดินผ่านไม่ได้ขึ้นไป หลังที่สองมีสาธิตการทอผ้าใต้ถุนบ้าน บนบ้านก็จะมีคนเล่นดนตรีอีก เค้าก็เรียกขึ้นไป “Come in, come in” ก็เดินขึ้นไป ข้างบนไม่เห็นมีอะไรเลยมีที่นอน รูป ก้อวิถีคนที่กัมพุชาบนบ้านเค้านอนกันยังไงก็อย่างนั้นแหละ แล้วก็มีพานมีคนใส่เงินไว้ คงเป็นค่าชมเค้าเล่นดนตรี น้องเปี๊ยกดูเสร็จก็เดินลง คิดว่าโดนด่าลับหลังมาน่ะ “แม่มไม่ให้กรูซักเรียว หรือซักดอลล์” ชิส์ กรูไม่ได้ขึ้นไปฟังมึงเล่นเว้ย กรูขึ้นไปดูบ้าน กรูไม่ให้ อิอิไม่ได้ถ่ายรูปมานะ ความรู้สึกเราไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เดินต่อไป

มาถึงส่วนที่ใช้แสดงนิทรรศการพระราชพิธีที่สถาปนาองค์ Norodom Sihamoni ขึ้นเป็นกษัตริย์เป็นตุ๊กตาจำลองขบวนแห่ ยาวมาก เป็นศาลาติดแอร์นะ แต่ไม่ยักกะเย็น แม่ม ร้อน ๆ ส่วนฝาผนังก็เขียนเป็นรูปวิถีชีวิตชาวบ้าน การหาปลา ปลูกข้าว เรื่อยเปือยไป กะว่าจะไปเดินตากแอร์ซะหน่อย ไม่เย็นเลย แว้บละ เดินออกมามาเจอทางออกตรงทางเข้า นั่นแน่มองออกไปที่ประตูทางออก มอเตอร์ไซด์ สามล้อ ดักหน้าประตูเลย ใส่หมวกก้มหน้าเดิน ไอ้มอเตอร์ไซด์เดินมาละ where u go ! ยิ้ม it will raining come with me ยิ้ม ส่ายหน้า if u walk it will far I can bring u what u want ซักพักมีคนอีกเดิมตาม อีกคนก็พูดอะไรไม่รู้ คงประมาณว่าเฮ้ย ๆของกรูหลบไป ทีนี้จ้ำหนี้เลย นึกว่าจะรอด จ๊ะเอ๋กะน้องขอทานอีกละ hey hey hey สาดดดดดดด ปล่อยกรูไปเหอะ ได้โปรด เดินมาเจอแยกเจอตึกเหมือนวัดเลย ในแผนที่เขียนว่า Foreign Ministry ไม่รู้ใช่ป่าว ไม่หรอกใช่แหละ ไม่งั้นแสดงว่ากรูหลงแน่ ๆ

 


เดินต่อมาเหมือนเดิม อยากทำป้ายแขวนจริง ๆ ว่า “I don’t want motorcycle so don’t call me I want I will call you” ฉิก ในแผนที่บอกว่าจะเดินผ่าน Cambodia Vietnam Monument เห็นเป็นเสาสูง ส่วนด้านล่างสวนกำลังสร้างอยู่ดินเฉอะแฉะ คนกัมพูชาเนี่ย อยากเยี่ยวกรูก็เยี่ยว เกรงใจกรูเถอะ เดี๋ยวก็เยี่ยวตามเลยยิ่งปวดฉี่อยู่





เดินเลี้ยวขวามาเจอ Independent Monument ลิบ ๆ เย้ๆ ถึงละ เดินกลับห้องละ แต่พระเจ้าแดดเปรี้ยงมาก น่าจะประมาณสามสี่โมงเย็นนะ จำไม่ได้ เดินกลับถึง apartment เข้าห้องเปิดแอร์ หลับครับท่าน หลับเป็นตายย ตื่นมาทุ่มนึง หิวแล้ว ไปกินข้าวร้านเดิม “ต้มยำกุ้ง” สั่งผัดซีอิ้วกิน เอามื้อชี้ผัดซีอิ้วทะเล แม่มถามกินผัดไทเหรอ ฉิกมาก ตกลงมันพูดภาษาไทยคล่องมั้ยเนี่ย (พี่ติ๊กบอกว่าคนนี้สั่งทีไรได้ไม่ตรงเมนู) เห็นจะจริง กรูชี้ผัดซีอิ้ว ถามผัดไทเหรอ ช่วยแหกตาดูด้วย ข้าว+น้ำ หมดไป $2.50 แว้บไป Lucky supermarket เดินไป ซื้อของใช้ของกินเล็กน้อย พวกขนมปัง เป๊ปซี่ (อยากกินง่ะ) กระป๋องละ $0.40 แล้วก็ บลา บลา จำไม่ได้ละ หมดไป $3.20 กลับถึงห้องพี่ติ๊กโทร.มาบอกว่ารู้สึกไม่สบาย แต่จะให้ driver ชื่อ suphan มารับไปเที่ยวแทน พี่เค้าถามว่าจะให้นัดกี่โมง ตอบสิบโมงละกันพี่ พี่เค้ายิ้ม หึหึ (ในใจเปี๊ยกเดาว่าอาจจะคิดว่าแหมนัดเค้าซะเช้าเชียว) อิอิ สำหรับวันนี้ก็แค่นี้แหละ ....

 

 

**a S u j u n G **

---------------------------

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Ong.. Busabawrote:
อยากได้ปลาที่ว่ายๆอยู่ด้านข้างอะเอามาจากไหนเอ่ย ~
23 Feb.
Phanwrote:
เป็นไกด์ที่ดีเจงๆ
1 Oct.
j i n t ywrote:
อ ย า ก ไ ป อั ม พ ว า า า า  Crying 
2 Aug.
 
ทำไงให้รูปที่แปะใน blog มันใหญ่ๆ ได้แบบนี้อะ ลองแปะดูมันได้รูปจิ๊ดเดียวเอง Thinking 
27 July
แวะมาทัก มาทาย มาแอบดู ^^  
25 July