| aSu's profilea 궁 u J u n GBlogGuestbookNetwork | Help |
|
|||||
|
a 궁 u J u n G( ^ ^ )v 11 March WelComE BacKKKKกลับมาแล้ว จะมาสานต่อความรู้สึก แบ่งปันกัน หัวเราะกัน แชร์ข้อมูลกัน กลับมาเขียนแว๊วววววววว
แล้วฉันจะพาไป . . . . 16 October 30 Days in Phnom penh --> go to siemreap (Edition 1)
09 October 30 Days in Phnom Phen ==> Foodเมื่อมาถึงบ้านพี่เมืองน้องก็ต้องพูดถึงอาหารของประเทศนั้น ๆ เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นคนกินยาก เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารการกินของข้าพเจ้าก็คงไม่มีอะไรแปลกใหม่และเป็นอะไรที่เป็นอาหารของประเทศนั้น ๆ จริง ๆ อูย...เปิดหัวข้อมาเหมือนกับบทความในสารคดีและหนังสือท่องเที่ยว (ฮา..) แต่ไม่ใช่ครับ ได้แค่นั้นแหละ กลับมาเขียนไร้สาระอย่างเดิมดีกว่า เนื่องจากกินยาก เลยกินแต่ของเดิม ๆ ร้านเดิม ๆ แล้วส่วนใหญ่ที่กินก็จะเป็นอาหารไทยซะส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ เนื่องจากอาหารจะเน้นจืด จืด และจืดมาก อาทิตย์แรกเลยสามสี่วันแรกกินข้าวที่ร้านต้มยำกุ้ง (ร้านอาหารคนไทย) ซะส่วนใหญ่ อาหารจะราคาประมาณ $2 ขึ้นไป ก็แพงแหละ ใครบอกว่าไม่แพง จาน 70-80 กว่าบาทแพงจะตาย เนื่องจากไม่ได้ถ่ายรูปไว้เนื่องจากไม่ได้พกกล้องไปด้วย กับกลัวเดี๋ยวเค้าหาว่าไอ้นี่บ้า มาถ่ายรูปอยู่ได้ (อารมณ์ว่าหน้าเริ่มบาง เนื่องจากแพ้น้ำ อูย แลดูตอแหลนะ อิอิ) และอาหารที่กินส่วนใหญ่มื้อแรกก็จะเป็นอาหารซ้ำ ๆ หน่อย เดิม หรือไม่ก็อาหารไทยก็ส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว เช่น ผัดซีอิ้ว จืดมาก ถ้าไม่ใช่ร้านนี้แต่เป็นร้านที่เป็นเจ้าของกัมพูชา เค้าจะไม่มีเครื่องปรุงพวกน้ำตาล หรือ พริกมาให้ แต่จะมีพริกน้ำปลา หรือไม่ก็น้ำจิ้มคล้าย ๆ กับน้ำจิ้มไก่มาให้ ฉิกมาก จืดสัด ครับ กินแทบไม่หมด แต่ก็ต้องทนกล้ำกลืนฝืนกินไป หลัง ๆ ไม่ไปไหนไกลหรอก ก็กินมันใกล้ๆ อพาร์ทเมนท์นั่นแหละ เน้นต้มยำ ครับ ต้มยำกุ้ง ต้มยำไก่ ต้มยำปลาหมึก อารมณ์จะคล้ายกับต้มยำบ้านเรา คือเครื่องเหมือนบ้านเรา แต่จะใส่มะเขือเทศด้วย รสชาติจะออกเปรี้ยวไม่เผ็ด คือรสไม่ออกจัด แต่ออกเปรี้ยว ซึ่งกินกับข้าวเปล่าก็ได้รสชาติดี แต่ก็ต้องตักเอาพริกที่อยู่ในพริกน้ำปลาอ้ะ ใส่เข้าไปด้วยเพื่อความเข้มข้นของผมอ้ะนะ ส่วนอาหารที่คล้าย ๆ กับต้มยำของเราก็คือ Vietnam soup จะเรียกว่าต้มยำเวียดนามอ้ะนะ มีรูป ๆ ต้มยำเวียดนามจะมีถั่วงอกเยอะมาก แล้วก็ผักที่เป็นเครื่องน่าจะเป็นใบมะกรูดกับใบอะไรซักอย่างไม่รู้ แล้วก็มีสับปะรด มะเขือเทศ กับเนื้อปลา รสชาติจะออกเปรี้ยว เปรี้ยวมาก ขนาดใส่น้ำปลาพริก เข้าไปแล้วยังไม่หายเปรี้ยวเลย กินกับข้าว ปรากฏว่ากร่อยครับไม่หมด รู้สึกไม่อร่อยเพราะว่ามันเปรี้ยวเกิน ก็ทำใจครับ พยายามกินปลาให้หมด แต่ปลานุ่มดีใช้ได้ตรงปลาเนี่ยหละ อีกอย่างนึงที่ได้กินก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเวียดนาม เรียกว่า Pho ครับ อันนี้ recommend ว่าอร่อย ผมชอบอ้ะ ดูรูป ร้านที่ไปกินก็ชื่อ Pho ลักษณะจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลย เป็นเส้นใหญ่ เนื้อสดลวก แล้วก็ลูกชิ้นเนื้อใหญ่ ๆ อีก 1 ลูก ส่วนน้ำซุปจะออกเปรี้ยวเล็ก ๆ พร้อมกับเผ็ดร้อนเนื่องจากน่าจะโรยพริกไทย (บางอย่างที่รู้สึกก็อาจจะไม่ได้ใส่ก็ได้อ้ะนะ) แล้วก็จะมีหอมใหญ่ โรยด้วยต้นหอม ส่วนจานแยกอันนี้เอาไว้สำหรับปรุงเพิ่ม โดยมีแยกมะนาว พริกสด ใบอะไรสองอย่างไม่รุ แล้วก็หอมใหญ่ซอย กับ ถั่วงอกหั่นหัวออกแล้ว แค่นี้ผมรู้สึกอร่อยดี กลับไปกินมาตั้งสองรอบ ร้าน Pho อยู่ใกล้ ๆ กับ FCC ตกชามละ $1.50 เท่านั้นเอง อันนี้ผมชอบอร่อยๆ พูดถึง FCCC ก็ได้ไปกินมา FCCC คงจะสงสัยว่าคืออะไร ไอ้ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันย่อมาจากอะไร แต่แปลเป็นไทยก็คือ สโมสรนักข่าวต่างประเทศแห่งกัมพูชา อยู่หัวมุมเลยครับ อารมณ์ประมาณว่าตึกแถวสามชั้น ร้านนี้พี่ติ๊กพามากับฉัตร เป็นทีม spa ที่มาทำงานที่นี่ห้าวัน ชั้นล่างจะเป็นร้านหนังสือ ส่วนชั้นสองและชั้นสามเป็นร้านอาหาร ชั้นสามบรรยากาศดีหน่อยเพราะว่าเห็นแม่น้ำ แต่วันที่เราไปฝนตกพรำ ๆ อาหารที่สั่งมา เผอิญว่าจำชื่อไม่ได้ดูเอาละกัน อันนี้เป็นเหมือนขาพะโล้ ชั้นบนเป็นมัน ชั้นสองเป็นเนื้อ ชั้นสามเป็นมัน โอยเลี่ยนมาก แต่รสชาติก็โอเคนะ ใช้ได้ จานต่อไป
อันนี้พิซซ่าเนื้อครับ แป้งบาง ชีสเยอะ แล้วก็เนื้อ (ความรู้สึกเรานะ เนื้อไม่ค่อยเข้ากับพิซซ่าเท่าไหร่) แต่โอคับ ชีสคับชีสได้กินชีสด้วย ดีใจน้ำตาไหล จานต่อไป
จานนี้เป็นสลัดอะไรซักอย่าง อร่อยดีครับ ไข่ต้มครับ ไข่ต้ม ไม่ได้กินไข่ต้มมาตั้งนานละ กินไปคุยไปลมพัดเอื่อย ๆ ไอเย็น ๆ จากฝนพรำ ๆ เปรมครับ อิอิ (ฟรีด้วย)
ต่อมาเป็นร้านเบเกอรี่ที่เข้าไปนั่งกิน นั่งเล่นชิว ๆ Café Fresco อยู่ระหว่าง FCC กับ ร้าน Pho เลย วันนั้นที่ไปก็สั่ง Iced Frappaccino Blended Coffee ได้อารมณ์กาแฟสุด ๆ นึกถึง Mocha Frappaccino Blended Coffee ของ Starbuck ขึ้นมาตะหงิด ๆ (ไฮโซป้ะล่ะ) คิดถึงกรุงเทพฯ นิดนึง อ้อร้านนี้ไฮโซหน่อยมี่ wireless internet ให้เล่นด้วย อิอิ แต่ใครจะบ้าหิ้วไป ไม่ได้อยู่แถวนี้นะ อาหาร Fast Food ที่นี่ก็มีนะ เบอร์เกอร์ที่นี่ที่เคยไปกินก็ Lucky Burger รูปร่างหน้าตาพิกลดูจืด ๆ รสชาติก็ปะแล่ม ๆ แปลก ส่วน French fried อันนี้ก็คงเหมือนกันทั่วไป รสชาติงั้น ๆ เลยคิดถึงซามูไรเบอร์เกอร์หมูของแมคโดนัลด์ หรือไม่ก็เบอร์เกอร์ชุดหมูของ Mos burger ขึ้นมาตงิด ๆ อีกละ
อ้า .. หลายคนอาจจะสงสัยแล้วอาหารกลางวันเวลาพักเที่ยวตอนทำงานเนี่ย กินยังไงก็กินร้านแถว ๆ ออฟฟิศนั่นแหละ ใกล้ๆ เดินไปอึดใจนึง ชื่อ MANDO ก็เป็นร้านอาหารธรรมดา อาหารก็ธรรมดา เน้นไปทางเบอร์เกอร์ ไก่ทอด French Fried แล้วก็มีข้าวผัด เลือกได้ว่าเนื้อ ไก่ หมู กับ spaghetti แห้ง ๆ หรือว่าคล้าย ๆ ราดหน้า มีคะน้า เส้น หมู ไก่ เนื้อ แต่อาหารที่ผัด ที่ทอดที่นี่ มันมาก คือใส่น้ำมันเยอะมาก ผัดแฉะ แหยะๆ ก็ทนกินไปไม่รู้จะกินไร ขี้เกียจไปไหนด้วย เหอะ ๆ ถ้ากลางวันโชคดีหน่อย (แต่รู้สึกว่าจะโชคดีบ่อยนะ 555+) ก็จะมีคนพาไปเลี้ยวข้าว ที่โน่นที่นี่ ก็มีร้านอาหารไทย ร้านอาหารจีนบ้าง แล้วก็อาหารมาเลเซีย ออกแขกๆ หน่อย เครื่องเทศแรงมาก กินจนน้ำตาไหลเลย หึหึ หมดละ เสียดายไม่ค่อยได้ถ่ายรูปอาหารมา ไว้กินอะไรแปลก ๆ แล้วจะถ่ายมาให้ จบละกัน เหอะๆ ไว้อ่านกันต่อตอนต่อไป
08 October 30 Days in Phnom Phen 4th Day (ตอนที่2)ออกจาก Toul Sleng เกือบเที่ยง ขับรถมุ่งหน้าสู่ Killing field คือเค้าจะเอาคนจาก Toul Sleng ไปฆ่าและฝังที่ Killing Filed ซึ่งห่างออกไปนอกเมือง นั่งรถประมาณ 15 นาที แว้บแรกที่เห็นร้อนมากกกก ก้อทุ่งอ้ะเนาะ ก็ต้องทำใจ มีอนุสาวรรีย์ตั้งเด่นอยู่กลางทุ่ง ภายในบรรจุ หัวกะโหลกกับเสื้อผ้าของเหยื่อ ค่าเข้า $2 เหอะ ๆ ภายรอบ Killing filed ยังคงมีซากของเสื้อผ้า และกระดูก ทั่วไป มีหลุมที่ขุดเอากระดูกขึ้นมาเยอะแยะไปหมด ขอไว้อาลัยให้ครับ
27 September 30 Days in Phnom Penh – 4th day 23 Sep 2007ตื่นมาเก้าโมงนิด ๆ ไม่นิดอ้ะ เก้าโมงครึ่งละ รีบอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว Driver มารับละ เลยไม่ได้กินอะไรเลย คนขับรถพาไป Tuol Sleng Museum of Genocidal Crime จริง ๆ ถ้าได้ไกด์ด้วยจะได้ความรู้สึกกว่า แต่ช่างเหอะ ค่าเข้า $2 ไอ้เอกสารแผ่นพับมาใบนึง ภายในแบ่งออกเป็นสี่ตึก ทุกตึกยังมีคราบเลือดกระจายอยู่ทุกที คนขับรถเดินไปด้วย เค้าบอกว่าเค้าไม่ชอบพอลพตมาก รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่มาที่นี่ เราก็บอกงั้นไม่เป็นไรไม่รอที่รถก็ได้ เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร โอเค ตึกแรกก็จะเหมือนในหนังที่พวก AF1 เล่นกันไม่รู้ชื่อเรื่องไรจำไม่ได้ละ ที่มีเตียงกับที่ล็อคขาอยู่ รอยเลือดเป็นจ้ำอยู่ที่พื้นบนกำแพงจะมีรูปวางให้ดูในแต่ละห้อง ตึกแรกไม่มีอะไร น่าจะเอาไว้ขังนักโทษไม่แน่ใจว่านักโทษแบบไหน คนขับก็ไม่รู้ช่างเหอะ ดูไปละกัน
ด้านหน้าตึกนี้จะมีป้ายอยู่น่าจะเป็นกฎของที่นี่สิบข้อลองดูดิ โหด ๆ
ตึกที่ 1 เข้าใจว่าเอาไว้ขังนักโทษที่โดนทรมานมาแล้วอาจจะโดนไฟฟ้าช็อต หรือทรมานอะไรมาซักอย่างอ้ะ (ด้วยสมองอันน้อยนิด และการตีความของน้องเปี๊ยกเองอย่าเพิ่งเชื่อ อยากรู้เพิ่มลองหาเพิ่มเติมดู) ถัดมาตึกที่สองชั้นล่างจะแสดงรูปของนักโทษ หรือเหยื่อที่ถูกถ่ายไว้พร้อมกับเลขประจำตัวทุกคน ดูแล้วรู้สึกหดหู่มาก คนขับรถยังบอกเลยว่าเห็นแล้วสงสาร
ชั้นสองปิดไว้ไม่ให้เข้า ชั้นสามเป็นรูปนิทรรศการ Still lives แสดงภาพของผู้รอดชีวิต พร้อมคำบอกเล่าถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้น และที่พวกเค้าได้รับ มีทำเป็นหนังสือด้วย แต่ไม่อยากซื้อไม่อยากเก็บไว้ หดหู่ หดหู่
ถัดมาตึกที่สามตึกนี้จะมีลวดหนามพันอยู่รอดทั้งตึก ตึกนี้มีไว้ขังนักโทษซึ่งชั้นหนึ่งจะใช้อิฐบล็อกแดงซอยเป็นห้องเล็กๆ เหมือนคุกมืดหนึ่งห้องต่อหนึ่งคน ส่วนชั้นสองจะเป็นไม้หนึ่งห้องต่อหนึ่งคนเหมือนกัน
เด๋วมาต่อ เหนื่อย 26 September 30 Days in Phnom Penh – 3rd Day 22 Sep 2007 (ตอนที่ 2)
|
**a S u j u n G ** ---------------------------
Ong.. Busabawrote:
อยากได้ปลาที่ว่ายๆอยู่ด้านข้างอะเอามาจากไหนเอ่ย ~
23 Feb.
Phanwrote:
เป็นไกด์ที่ดีเจงๆ
1 Oct.
j i n t ywrote:
อ ย า ก ไ ป อั ม พ ว า า า า
2 Aug.
|<\/\//-\|<wrote:
ทำไงให้รูปที่แปะใน blog มันใหญ่ๆ ได้แบบนี้อะ ลองแปะดูมันได้รูปจิ๊ดเดียวเอง
27 July
SUperPaNN Pannwrote:
แวะมาทัก มาทาย มาแอบดู ^^
25 July
|
|||
|
|